ผลสำรวจคนไต้หวัน หนุนการแต่งงานเพศเดียวกันของ LGBTQ+ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี

Author:

ไต้หวันเป็นชาติแรกในเอเชียที่ให้การแต่งงานระหว่างคู่รักเพศเดียวกันเป็นสิ่งถูกกฎหมาย หลังจากรัฐสภาผ่านกฎหมาย “คู่ชีวิต” เมื่อปี 2019 ผลการสำรวจทางโทรศัพท์ล่าสุด ซึ่งจัดทำโดยคณะรัฐมนตรีพบว่า ประชาชนเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ในไต้หวัน สนับสนุนการแต่งงานเพศเดียวกัน โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเทียบกับปี 2018 ก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้

ผลการสำรวจซึ่งเผยแพร่โดยกรมความเท่าเทียมทางเพศของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันศุกร์ที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่าร้อยละ 69.1 ของผู้ตอบแบบสอบถามสนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน เพิ่มขึ้น 6.5 เปอร์เซ็นต์ จากการสำรวจในปี 2023

นับเป็นปีที่ 5 ที่ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งหนึ่งแสดงการสนับสนุนการแต่งงานเพศเดียวกัน หลังจากได้รับการสนับสนุนร้อยละ 37.4 ในปี 2018 หนึ่งปีก่อนที่ไต้หวันจะกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ออกกฎหมายให้การแต่งงานเพศเดียวกัน

จากการสำรวจในปีนี้ ร้อยละ 76.9 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยังสนับสนุนแนวคิดที่ว่าคู่สมรสเพศเดียวกัน สามารถรับบุตรบุญธรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้

มุมมองดังกล่าวเกิดขึ้นเกือบหนึ่งปีหลังจากที่สภานิติบัญญัติของไต้หวันแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับที่ 748 ซึ่งทำให้คู่รักเพศเดียวกันรับเลี้ยงเด็กเป็นบุตรบุญธรรมอย่างเป็นทางการ

ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 2.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบเป็นรายปี และเพิ่มขึ้น 23.1 เปอร์เซ็นต์จากปี 2018 ซึ่งเป็นช่วงที่กรมความเท่าเทียมทางเพศ ดำเนินการสำรวจครั้งแรก

afp__20231028__33z93ev__v1__h

ในขณะเดียวกัน การสำรวจได้รวมคำถามเป็นครั้งแรกว่า ผู้หญิงที่ไม่มีคู่ครองและคู่สมรสหญิงควรสามารถคลอดบุตรโดยใช้อสุจิที่ได้รับบริจาคหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 59.2 แสดงความเห็นสนับสนุน ขณะที่ร้อยละ 39.9 ไม่เห็นด้วย

ในอีกประเด็นหนึ่ง ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 91.4 กล่าวว่าพวกเขาเต็มใจที่จะร่วมงานกับบุคคลข้ามเพศ เช่นเดียวกับปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 81.6 ในปี 2018 และ ร้อยละ 88.1 ในปี 2020

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 57.4 เห็นพ้องกันว่าบุคคลข้ามเพศและไบเซ็กชวล ควรได้รับอนุญาตให้มีตัวเลือกเพศที่แตกต่างกัน นอกเหนือจากชายและหญิง บนบัตรประจำตัวของตน

อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 52.6 รู้สึกว่า ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเพศควรต้องเข้ารับการผ่าตัดยืนยันเพศบางรูปแบบจึงจะทำเช่นนั้นได้

afp__20231028__33z93fe__v1__h

ในขณะเดียวกัน ประชาชนร้อยละ 89.1 คิดว่าการแก้ไขกฎหมายของรัฐบาลต่อพระราชบัญญัติป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ พระราชบัญญัติความเท่าเทียมทางเพศในการจ้างงาน และพระราชบัญญัติการศึกษาความเท่าเทียมทางเพศในปี 2566 จะป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พระราชบัญญัติทั้งสามได้รับการแก้ไขในช่วงกลางเดือนสิงหาคม หลังจากการเคลื่อนไหว #metoo ที่ยาวนานหลายเดือน ซึ่งเริ่มขึ้นในปลายเดือนพฤษภาคม และเห็นคนดังหลายสิบคนหรือหลายร้อยคนถูกกล่าวหาว่ากระทำหรือพยายามล่วงละเมิดทางเพศหรือทำร้ายร่างกาย

การสำรวจนี้จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 เมษายนที่ผ่านมา ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ผ่านระบบสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย โดยเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องได้ทั้งหมด 1,076 ตัวอย่าง มีระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ และมีข้อผิดพลาดบวกหรือลบ 2.99 เปอร์เซ็นต์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *